@KL68 @KL68
เข้ากลุ่มครอบครัวฟุตบอล คลิกที่นี่ @KL68
logo ufabet888
Menu
VARTOPFORM

รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล มีอะไรบ้าง และทำไมผู้เล่นจึงต้องหมุนตำแหน่ง

สารบัญ

รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล

รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล คือการแข่งขันที่ผู้เล่นสองทีมพยายามส่งบอลข้ามตาข่ายให้ตกในแดนของฝ่ายตรงข้าม พร้อมป้องกันไม่ให้บอลตกในแดนของตัวเอง ภายใต้กติกาที่กำหนดจำนวนครั้งในการสัมผัสบอล ตำแหน่งของผู้เล่น และการหมุนตำแหน่งเมื่อทีมได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมา

การเข้าใจหลักการเหล่านี้จะช่วยให้ติดตามการแข่งขันได้ง่ายขึ้น ทั้งการเล่นแต่ละจังหวะ บทบาทของผู้เล่น และเหตุผลที่ผู้เล่นต้องเปลี่ยนตำแหน่งระหว่างเกม

บทความนี้จะอธิบายพื้นฐานของรูปแบบการเล่น การสัมผัสบอล ตำแหน่งผู้เล่น และการหมุนตำแหน่งตามกติกา โดยไม่ลงลึกถึงแท็กติกหรือระบบการเล่นของแต่ละทีม

 

รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล คืออะไร

รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล คือการแข่งขันระหว่างสองทีมที่พยายามส่งบอลข้ามตาข่ายให้ตกในแดนของฝ่ายตรงข้าม พร้อมป้องกันไม่ให้บอลตกในแดนของตัวเอง โดยเล่นภายใต้กติกาเดียวกันทั้งสองฝ่าย

การแข่งขันวอลเลย์บอลในร่มใช้ผู้เล่นทีมละ 6 คน แต่ละทีมต้องช่วยกันรับ ส่ง และส่งบอลกลับภายในจำนวนครั้งที่กติกากำหนด เมื่อจบหนึ่งจังหวะ ฝ่ายที่ชนะจะได้คะแนนและเริ่มการเล่นใหม่ด้วยการเสิร์ฟ

แม้ผู้เล่นแต่ละคนจะมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนต้องปฏิบัติตามลำดับตำแหน่งและการหมุนผู้เล่นตามกติกา ไม่สามารถยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมตลอดการแข่งขันได้

เป้าหมายของการแข่งขันวอลเลย์บอล

เป้าหมายของเกมคือส่งบอลให้ตกในสนามของฝ่ายตรงข้าม หรือทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถเล่นบอลกลับมาได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันไม่ให้บอลตกในแดนของตัวเอง

ตามกติกาของ FIVB การแข่งขันเริ่มจากการเสิร์ฟ และบอลจะอยู่ในการเล่นต่อเนื่องจนกว่าจะตกพื้น ออกนอกสนาม หรือมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดกติกา

หากต้องการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการเสิร์ฟ การทำคะแนน หรือกติกาอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่ กติกาวอลเลย์บอล เพราะบทความนี้จะเน้นเฉพาะหลักการเล่นและตำแหน่งของผู้เล่น

หลักการเล่นพื้นฐานที่ทุกทีมใช้ร่วมกัน

ไม่ว่าทีมจะมีรูปแบบการเล่นอย่างไร ทุกทีมต้องปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานเดียวกัน ได้แก่

  • มีผู้เล่นในสนามทีมละ 6 คน
  • เริ่มการเล่นแต่ละจังหวะด้วยการเสิร์ฟ
  • ส่งบอลกลับข้ามตาข่ายภายในจำนวนครั้งที่กติกากำหนด
  • รักษาลำดับตำแหน่งและลำดับการเสิร์ฟของผู้เล่น
  • สลับสถานะระหว่างฝ่ายเสิร์ฟและฝ่ายรับตลอดการแข่งขัน

ฝ่ายเสิร์ฟเป็นผู้เริ่มการเล่นในแต่ละจังหวะ ส่วนฝ่ายรับมีหน้าที่รับบอลและสร้างเกมตอบโต้ หากฝ่ายรับชนะการเล่น จะได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมาและต้องหมุนตำแหน่งก่อนเริ่มจังหวะถัดไป

บทความนี้จะอธิบายเฉพาะหลักการเล่นพื้นฐาน ส่วนระบบการนับคะแนนและการตัดสินผู้ชนะเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ในบทความที่เกี่ยวข้อง

 

การสัมผัสบอลในวอลเลย์บอลมีกติกาอย่างไร

รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล

การสัมผัสบอลเป็นกติกาพื้นฐานที่กำหนดวิธีการเล่นของวอลเลย์บอล แต่ละทีมต้องส่งบอลกลับข้ามตาข่ายภายในจำนวนครั้งที่กำหนด และปฏิบัติตามข้อจำกัดเกี่ยวกับการสัมผัสบอลของผู้เล่น

โดยทั่วไป ทีมหนึ่งสัมผัสบอลได้ไม่เกิน 3 ครั้งก่อนส่งบอลกลับไปยังฝั่งตรงข้าม แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ครบทั้ง 3 ครั้ง หากสามารถส่งบอลข้ามได้ตั้งแต่ครั้งแรกหรือครั้งที่สองก็ถือว่าถูกกติกา

ทีมหนึ่งสัมผัสบอลได้กี่ครั้ง

แต่ละทีมมีสิทธิ์สัมผัสบอลได้ไม่เกิน 3 ครั้ง หากสัมผัสเป็นครั้งที่ 4 ก่อนส่งบอลข้ามตาข่าย จะถือว่าผิดกติกาและเสียแต้มในจังหวะนั้น

ข้อยกเว้นคือการบล็อก ซึ่งไม่นับรวมเป็นหนึ่งในสามครั้งของทีม ดังนั้นหลังบล็อกแล้ว ทีมยังมีสิทธิ์สัมผัสบอลได้อีกไม่เกิน 3 ครั้ง

ตามกติกาของ FIVB ทีมสามารถสัมผัสบอลได้สูงสุด 3 ครั้งเพื่อส่งบอลกลับ โดยไม่นับการสัมผัสจากการบล็อก และการสัมผัสครั้งที่ 4 ถือเป็นความผิดประเภท Four Hits

ผู้เล่นสามารถสัมผัสบอลติดกันได้หรือไม่

โดยทั่วไป ผู้เล่นคนเดียวกันไม่สามารถสัมผัสบอลสองครั้งติดต่อกันได้ หากไม่มีผู้เล่นคนอื่นสัมผัสบอลคั่นกลาง อาจถูกตัดสินว่าเป็นการสัมผัสซ้ำ

อย่างไรก็ตาม หลังการบล็อก ผู้เล่นคนเดิมสามารถเล่นบอลต่อได้ เพราะการบล็อกไม่นับเป็นการสัมผัสของทีม จึงไม่ถือว่าผิดกติกา

รายละเอียดเกี่ยวกับการจับบอล อุ้มบอล สัมผัสซ้ำ หรือการเล่นบอลสี่ครั้ง สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล

ตัวอย่างลำดับการเล่นหนึ่งจังหวะ

ลำดับการเล่นที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  1. รับบอลจากฝ่ายตรงข้าม
  2. เซตบอลให้เพื่อนร่วมทีม
  3. ส่งบอลกลับข้ามตาข่าย

ตัวอย่างเช่น ทีมหนึ่งรับบอลเป็นการสัมผัสครั้งที่ 1 เซตบอลเป็นครั้งที่ 2 และตบกลับเป็นครั้งที่ 3 หากมีการสัมผัสเพิ่มอีกครั้งก่อนบอลข้ามตาข่าย จะถือว่าเล่นบอลครั้งที่ 4 และผิดกติกา

ลำดับดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างที่พบได้บ่อย ไม่ใช่ข้อบังคับ ทีมสามารถส่งบอลกลับตั้งแต่การสัมผัสครั้งแรกหรือครั้งที่สองได้ หากเป็นไปตามกติกา

 

ผู้เล่นวอลเลย์บอลมีตำแหน่งอะไรบ้าง

ผู้เล่นในสนามทีมละ 6 คน แบ่งตามกติกาเป็นผู้เล่นแถวหน้า 3 คน และแถวหลัง 3 คน ขณะเดียวกันผู้เล่นแต่ละคนยังมีหน้าที่หลักของตัวเอง เช่น Setter, Outside Hitter, Opposite, Middle Blocker และ Libero

จึงต้องแยกให้ชัดระหว่าง ตำแหน่งในสนาม กับ หน้าที่ของผู้เล่น เพราะแม้ผู้เล่นจะหมุนไปยังตำแหน่งอื่นตามกติกา แต่ยังคงทำหน้าที่หลักของตนเอง

ตำแหน่งแถวหน้าและแถวหลัง

ผู้เล่นในสนามแบ่งออกเป็น 2 แถว ดังนี้

กลุ่มตำแหน่งหมายเลขตำแหน่งในสนาม
แถวหน้า4, 3, 2ซ้ายหน้า กลางหน้า ขวาหน้า
แถวหลัง5, 6, 1ซ้ายหลัง กลางหลัง ขวาหลัง

ผู้เล่นแถวหน้าสามารถโจมตีและบล็อกบริเวณหน้าตาข่ายได้ ส่วนผู้เล่นแถวหลังมีข้อจำกัดบางประการตามกติกา เช่นการโจมตีจากเขตหน้าและการบล็อก

ตำแหน่งที่ 1 เป็นตำแหน่งของผู้เสิร์ฟ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการหมุนตำแหน่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป

หน้าที่ของผู้เล่นแต่ละตำแหน่งโดยสังเขป

ผู้เล่นแต่ละตำแหน่งมีหน้าที่หลักแตกต่างกัน ได้แก่

  • Setter จัดจังหวะและเซตบอลให้เพื่อนร่วมทีม
  • Outside Hitter รับบอลและทำเกมรุกจากด้านซ้าย
  • Opposite เล่นเกมรุกทางด้านขวา
  • Middle Blocker เน้นการบล็อกและเล่นบริเวณกลางตาข่าย
  • Libero รับผิดชอบเกมรับและสวมเสื้อสีแตกต่างจากเพื่อนร่วมทีม

หน้าที่เหล่านี้ไม่เปลี่ยนไปตามการหมุนตำแหน่ง ผู้เล่นยังคงรับบทบาทเดิม แม้จะย้ายไปอยู่แถวหน้าหรือแถวหลังตามกติกา

หากต้องการศึกษาหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งและตัวอย่างนักกีฬาจริง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ทีมและนักกีฬาวอลเลย์บอล

เหตุใดตำแหน่งในสนามจึงเปลี่ยนตลอดการแข่งขัน

ผู้เล่นไม่ได้ยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมตลอดการแข่งขัน เพราะกติกากำหนดให้ทีมหมุนลำดับผู้เล่นเมื่อได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมา

ผู้เล่นจึงสลับระหว่างแถวหน้าและแถวหลังตามลำดับที่กำหนด การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นกติกาของการแข่งขัน ไม่ใช่การเปลี่ยนหน้าที่ของผู้เล่น

ส่วนช่วงเวลาที่ต้องหมุน ลำดับการหมุน และการเคลื่อนที่หลังการเสิร์ฟ จะอธิบายในหัวข้อ การหมุนตำแหน่งในวอลเลย์บอลคืออะไร

 

การหมุนตำแหน่งในวอลเลย์บอลคืออะไร

รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล

การหมุนตำแหน่ง (Rotation) คือการที่ผู้เล่นทั้ง 6 คนเลื่อนไปยังตำแหน่งถัดไปตามลำดับ เมื่อทีมที่เป็นฝ่ายรับชนะการเล่นและได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมา การหมุนจึงเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่สิทธิ์เสิร์ฟเปลี่ยน ไม่ได้เกิดหลังได้คะแนนทุกครั้ง

ลำดับตำแหน่งในสนามมีดังนี้

  • ตำแหน่ง 1 : ขวาหลัง (ผู้เสิร์ฟ)
  • ตำแหน่ง 2 : ขวาหน้า
  • ตำแหน่ง 3 : กลางหน้า
  • ตำแหน่ง 4 : ซ้ายหน้า
  • ตำแหน่ง 5 : ซ้ายหลัง
  • ตำแหน่ง 6 : กลางหลัง

เมื่อถึงเวลาหมุน ผู้เล่นจะเลื่อนไปยังตำแหน่งถัดไปตามลำดับที่กติกากำหนด

ผู้เล่นต้องหมุนตำแหน่งเมื่อใด

ผู้เล่นต้องหมุนตำแหน่งเมื่อทีมเป็นฝ่ายรับและชนะการเล่นจนได้สิทธิ์เสิร์ฟ ก่อนเริ่มเสิร์ฟครั้งถัดไป ผู้เล่นทุกคนจะเลื่อนไปหนึ่งตำแหน่ง

สรุปง่าย ๆ คือ

  • หากทีมที่กำลังเสิร์ฟได้คะแนนต่อ ไม่ต้องหมุน
  • หากทีมที่กำลังรับได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมา ต้องหมุน

ตัวอย่างเช่น หากทีม A เป็นฝ่ายรับและชนะการเล่น ผู้เล่นทุกคนจะหมุนหนึ่งตำแหน่ง แล้วผู้เล่นที่อยู่ตำแหน่ง 1 จะเป็นผู้เสิร์ฟคนใหม่ แต่หากทีม A ได้คะแนนต่อจากการเสิร์ฟ ผู้เล่นจะยังอยู่ในตำแหน่งเดิม

รายละเอียดเกี่ยวกับการได้คะแนนและการเปลี่ยนสิทธิ์เสิร์ฟ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ การนับคะแนนวอลเลย์บอล

การหมุนตำแหน่งช่วยให้การแข่งขันยุติธรรมอย่างไร

การหมุนตำแหน่งทำให้ผู้เล่นทุกคนต้องสลับระหว่างแถวหน้าและแถวหลังตามลำดับเดียวกัน ไม่มีทีมใดสามารถให้ผู้เล่นบางคนยืนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบตลอดการแข่งขัน

Rotation ยังทำให้ลำดับการเสิร์ฟเป็นไปตามกติกา และข้อจำกัดของผู้เล่นแถวหน้าและแถวหลังก็เปลี่ยนไปตามตำแหน่งที่หมุนไปถึง จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างเป็นธรรม

แม้หลังเริ่มเสิร์ฟผู้เล่นจะสามารถเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่เหมาะกับหน้าที่ของตัวเองได้ แต่ยังต้องเริ่มต้นจากลำดับตำแหน่งที่ถูกต้องและปฏิบัติตามข้อจำกัดของผู้เล่นแถวหน้าและแถวหลัง

หลังเสิร์ฟแล้วผู้เล่นย้ายตำแหน่งได้หรือไม่

หลังจากเริ่มการเล่น ผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ไปทำหน้าที่ของตนได้ เช่น Setter เคลื่อนเข้าไปเซตบอล หรือผู้เล่นเกมรุกเคลื่อนเข้าหาจุดโจมตี

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกความแตกต่างระหว่าง

ประเภทความหมาย
ตำแหน่งตามกติกาลำดับ 1–6 ที่ใช้กำหนดแถวหน้า แถวหลัง และลำดับการเสิร์ฟ
ตำแหน่งระหว่างเล่นจุดที่ผู้เล่นเคลื่อนที่ไปเพื่อรับ เซต บล็อก หรือโจมตี

การเคลื่อนที่หลังเสิร์ฟไม่ได้เปลี่ยนสถานะของผู้เล่นในทางกติกา ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นแถวหลังยังคงเป็นผู้เล่นแถวหลัง แม้จะวิ่งเข้าใกล้ตาข่าย จึงต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดของผู้เล่นแถวหลังเช่นเดิม

หากเพิ่งเริ่มติดตามการแข่งขัน วิธีสังเกตการหมุนตำแหน่งที่ง่ายที่สุดคือดูผู้เล่นตำแหน่ง 1 ก่อนการเสิร์ฟ เพราะผู้เล่นคนนี้จะเป็นผู้เสิร์ฟในจังหวะนั้น

 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล

ผู้เริ่มต้นมักสับสนเรื่องการหมุนตำแหน่ง เพราะหลังการเสิร์ฟผู้เล่นสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ จึงเข้าใจว่าตำแหน่งไม่มีผล หรือคิดว่าการหมุนทำให้ผู้เล่นต้องเปลี่ยนหน้าที่ทุกครั้ง

ความจริงคือ ลำดับตำแหน่งเป็นข้อกำหนดของกติกา ส่วน Setter, Middle Blocker หรือ Outside Hitter เป็นหน้าที่ของผู้เล่น ซึ่งยังคงเดิมแม้จะหมุนตำแหน่ง

การหมุนตำแหน่งไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนหน้าที่ของผู้เล่น

ผู้เล่นสามารถหมุนตำแหน่งตามกติกาและยังทำหน้าที่เดิมของตัวเองได้ เช่นSetter ยังคงเป็นผู้จัดจังหวะของทีม แม้จะหมุนไปอยู่แถวหน้าหรือแถวหลัง

แยกความหมายได้ดังนี้

  • Rotation Position : ลำดับตำแหน่ง 1–6 และลำดับการเสิร์ฟ
  • Player Role : หน้าที่หลัก เช่นSetter, Outside Hitter หรือ Middle Blocker
  • Playing Location : จุดที่ผู้เล่นเคลื่อนที่ไปหลังเริ่มการเล่น

สำหรับ Libero จะมีกติกาเฉพาะ สามารถลงเล่นในแดนหลังและเปลี่ยนตัวได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ไม่หมุนขึ้นไปทำหน้าที่เป็นผู้เล่นแถวหน้าตามปกติ

กติกาการเล่นไม่ใช่แท็กติกการแข่งขัน

กติกาการเล่นเป็นข้อกำหนดที่ทุกทีมต้องปฏิบัติตาม เช่นการสัมผัสบอล การหมุนตำแหน่ง และลำดับการเสิร์ฟ

ส่วนแท็กติกการแข่งขันคือวิธีที่แต่ละทีมนำกติกาไปใช้ เช่นการจัดเกมรุก เกมรับ หรือการวางตำแหน่งผู้เล่นหลังเริ่มการเล่น ซึ่งแต่ละทีมสามารถเลือกใช้ได้แตกต่างกัน

กติกาการเล่นแท็กติกการแข่งขัน
ทุกทีมต้องปฏิบัติตามแต่ละทีมเลือกใช้ได้
กำหนดสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้กำหนดวิธีจัดการเกม
ฝ่าฝืนแล้วถือว่าผิดกติกาเลือกใช้ต่างกันได้โดยไม่ผิดกติกา

เมื่อเข้าใจหลักการเรื่องตำแหน่งและ Rotation แล้ว จะมองเห็นเหตุผลของการจัดผู้เล่นและการเคลื่อนที่ระหว่างเกมได้ง่ายขึ้น หากต้องการศึกษาระบบการเล่นเชิงลึก สามารถอ่านต่อได้ที่ แท็กติกการแข่งขันวอลเลย์บอล

 

สรุป รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล

รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล อาศัยกติกาหลัก ได้แก่ การส่งบอลข้ามตาข่าย การสัมผัสบอลได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อทีม ตำแหน่งแถวหน้าและแถวหลัง รวมถึงการหมุนตำแหน่งเมื่อทีมได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมา

ผู้เล่นทั้ง 6 คนต้องรักษาลำดับตำแหน่งก่อนการเสิร์ฟ เมื่อบอลอยู่ในการเล่นแล้วจึงสามารถเคลื่อนที่ไปทำหน้าที่ของตนได้ แต่ยังคงอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของตำแหน่งตามกติกา

เมื่อเข้าใจหลักการเหล่านี้ จะติดตามการแข่งขันและมองเห็นบทบาทของผู้เล่นในแต่ละจังหวะได้ง่ายขึ้น หากต้องการศึกษาการวิเคราะห์รูปเกมและการเล่นของแต่ละทีม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิเคราะห์วอลเลย์บอล

 

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: ทีมวอลเลย์บอลต้องหมุนตำแหน่งหลังได้คะแนนทุกครั้งหรือไม่
A: ไม่ต้อง ทีมจะหมุนเมื่อเป็นฝ่ายรับและชนะการเล่นจนได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมา หากทีมที่กำลังเสิร์ฟได้คะแนนต่อ ผู้เล่นจะยังอยู่ในลำดับเดิม

Q2: ผู้เล่นสลับตำแหน่งกันก่อนเสิร์ฟได้หรือไม่
A: ไม่ได้ ผู้เล่นต้องยืนตามลำดับ Rotation ที่กำหนด หากยืนผิดลำดับอาจถูกตัดสินว่าผิดกติกา

Q3: Libero ต้องหมุนตำแหน่งเหมือนผู้เล่นคนอื่นหรือไม่
A: Libero ลงเล่นแทนผู้เล่นแถวหลังตามกติกาเฉพาะ และไม่หมุนขึ้นไปเป็นผู้เล่นแถวหน้าเหมือนผู้เล่นทั่วไป

Q4: หลังเสิร์ฟแล้วผู้เล่นแถวหลังวิ่งไปหน้าตาข่ายได้หรือไม่
A: ได้ แต่ยังคงมีสถานะเป็นผู้เล่นแถวหลัง จึงต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดของผู้เล่นแถวหลัง

Q5: การหมุนตำแหน่งใช้กับวอลเลย์บอลชายและหญิงต่างกันหรือไม่
A: หลักการหมุนตำแหน่งของวอลเลย์บอลในร่มเหมือนกันทั้งประเภทชายและหญิง โดยหมุนเมื่อทีมได้สิทธิ์เสิร์ฟกลับมาจากคู่แข่ง

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. FIVB Official Volleyball Rules 2025–2028 — กติกาวอลเลย์บอลอย่างเป็นทางการ
    เว็บไซต์: https://www.fivb.com/wp-content/uploads/2025/01/FIVB-Volleyball_Rules2025_2028-EN-v05.pdf
  2. FIVB Official Volleyball Rules — หน้ารวมกติกาวอลเลย์บอลฉบับปัจจุบัน
    เว็บไซต์: https://www.fivb.com/volleyball/the-game/official-volleyball-rules/
  3. FIVB The Game — ข้อมูลพื้นฐานเรื่องสนาม ตำแหน่ง และ Rotation
    เว็บไซต์: https://www.fivb.com/volleyball/the-game/
  4. FIVB Basic Rules — หลักการเล่นและข้อมูลตำแหน่ง Libero
    เว็บไซต์: https://www.fivb.com/volleyball/the-game/basic-rules/