@KL68 @KL68
เข้ากลุ่มครอบครัวฟุตบอล คลิกที่นี่ @KL68
logo ufabet888
Menu
VARTOPFORM

ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล มีอะไรบ้าง และการทำฟาล์วส่งผลต่อเกมอย่างไร

สารบัญ

ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล

ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล เป็นกติกาที่ผู้เล่นและผู้ชมควรเข้าใจ เพราะการทำผิดเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เสียคะแนนหรือเสียจังหวะของเกมได้ หลายคนจึงมักสงสัยว่าทำไมบางจังหวะผู้ตัดสินจึงเป่านกหวีด ทั้งที่บอลยังไม่ตกพื้น หรือเหตุใดการสัมผัสบอลบางครั้งเล่นต่อได้ แต่บางครั้งกลับถูกตัดสินว่าเป็นฟาล์ว

บทความนี้จะอธิบายพื้นฐาน ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล ตั้งแต่ความหมายของการฟาล์ว การสัมผัสบอลที่ผิดกติกา การล้ำเส้น การแตะตาข่าย การเสิร์ฟ และการหมุนตำแหน่ง โดยอ้างอิงกติกา FIVB ฉบับปี 2025–2028 เพื่อช่วยให้เข้าใจคำตัดสินที่พบได้บ่อยในการแข่งขัน

 

ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล คืออะไร

ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล คือ การกระทำที่ขัดกับกติกาการแข่งขันจนผู้ตัดสินต้องหยุดการเล่น เช่นการสัมผัสบอลเกินจำนวนครั้งที่กำหนด การจับหรือโยนบอล การแตะตาข่าย หรือการล้ำเข้าไปในแดนของฝ่ายตรงข้ามจนรบกวนการแข่งขัน

ข้อห้ามเหล่านี้มีไว้เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมและใช้มาตรฐานการตัดสินเดียวกัน ผู้ที่ต้องการศึกษากติกาโดยรวมสามารถอ่าน กติกาวอลเลย์บอล เพิ่มเติมได้ ส่วนบทความนี้จะเน้นเฉพาะการทำฟาล์วและผลที่เกิดขึ้น

การฟาล์วในวอลเลย์บอลหมายถึงอะไร

การฟาล์วในวอลเลย์บอล คือ การกระทำที่ไม่เป็นไปตามกติกา ส่งผลให้ผู้ตัดสินหยุดการเล่นและตัดสินให้ฝ่ายตรงข้ามได้คะแนนหรือสิทธิ์เสิร์ฟตามสถานการณ์

ตัวอย่างการฟาล์วที่พบได้บ่อย

  • ทีมสัมผัสบอลสี่ครั้งก่อนส่งข้ามตาข่าย
  • ผู้เล่นสัมผัสบอลสองครั้งติดต่อกันในกรณีที่กติกาไม่อนุญาต
  • การจับ อุ้ม หรือโยนบอล
  • การแตะตาข่ายระหว่างเล่นบอล
  • การล้ำเข้าไปในแดนคู่แข่งจนรบกวนการเล่น

ผู้ตัดสินจะพิจารณาจากลักษณะและจังหวะของการกระทำ ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของการเล่น

ข้อเท็จจริง: กติกา FIVB กำหนดความผิดเกี่ยวกับการเล่นบอลไว้อย่างชัดเจน เช่นการสัมผัสบอลสี่ครั้ง การจับหรือโยนบอล และการสัมผัสสองครั้งติดต่อกัน โดยมีข้อยกเว้นบางกรณี เช่นการบล็อกหรือการสัมผัสครั้งแรกของทีม

การที่บอลสัมผัสร่างกายมากกว่าหนึ่งส่วนจึงไม่ได้หมายความว่าจะเป็นฟาล์วเสมอไป แต่จะพิจารณาว่าเป็นการสัมผัสในจังหวะเดียวหรือเป็นการสัมผัสต่อเนื่องที่ผิดกติกา

 

การสัมผัสวอลเลย์บอลแบบใดที่ถือว่าผิดกติกา

ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล

การสัมผัสบอลเป็นจังหวะที่ผู้ชมสับสนได้บ่อย เพราะบางครั้งบอลกระทบแขน หน้าอก หรือเท้าแล้วยังเล่นต่อได้ แต่บางครั้งกลับถูกตัดสินว่าเป็นการจับบอลหรือสัมผัสสองครั้ง

หลักสำคัญไม่ได้อยู่ที่การใช้ส่วนใดของร่างกาย แต่อยู่ที่ลักษณะ จำนวนครั้ง และความต่อเนื่องของการสัมผัส แม้กติกาจะอนุญาตให้บอลสัมผัสทุกส่วนของร่างกายได้ แต่ต้องไม่เป็นการจับหรือโยนบอล

การจับหรือโยนบอล (Lift / Carry)

ผู้เล่นต้องสัมผัสบอลให้กระดอนออกทันที ไม่สามารถประคองหรือพาบอลไปในทิศทางที่ต้องการได้

ลักษณะที่มักถูกตัดสินว่าเป็นการจับหรือโยนบอล

  • บอลค้างอยู่ในมือ
  • รองบอลแล้วผลักออก
  • มือเคลื่อนตามบอลจนมีลักษณะพาบอลไป
  • หนีบหรืออุ้มบอลไว้กับร่างกาย

ผู้ตัดสินจะพิจารณาจากลักษณะการเคลื่อนที่ของบอลเป็นหลัก หากบอลกระดอนออกทันทีโดยไม่มีการจับค้าง ก็ยังถือว่าเล่นได้ตามกติกา

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ

การสัมผัสที่เล่นต่อได้การสัมผัสที่เสี่ยงถูกตัดสินฟาล์ว
บอลกระดอนออกทันทีบอลค้างอยู่ในมือ
สัมผัสในจังหวะเดียวประคองหรือพาบอลไป
บอลเปลี่ยนทิศจากแรงกระทบผลักหรือโยนบอล
ใช้ส่วนใดของร่างกายรับบอลได้จับ หนีบ หรืออุ้มบอล

การสัมผัสบอลเกินจำนวนหรือผิดเงื่อนไข

แต่ละทีมสัมผัสบอลได้ไม่เกินสามครั้งก่อนส่งกลับไปยังฝั่งตรงข้าม โดยการบล็อกไม่นับรวมในสามครั้งของทีม หากมีการสัมผัสครั้งที่สี่ จะถูกตัดสินเป็น Four Hits

โดยทั่วไป ผู้เล่นคนเดิมไม่สามารถสัมผัสบอลสองครั้งติดต่อกัน (Double Contact) เว้นแต่เป็นกรณีที่กติกาอนุญาต เช่นผู้เล่นที่เพิ่งบล็อกบอล หรือการสัมผัสครั้งแรกของทีมซึ่งอาจเกิดการสัมผัสหลายส่วนของร่างกายในจังหวะเดียว

กติกา FIVB ยังอนุญาตให้บอลสัมผัสทุกส่วนของร่างกายได้ ตราบใดที่ไม่เป็นการจับ โยน หรือผิดเงื่อนไขของการสัมผัสบอล

ตัวอย่างสถานการณ์: ผู้เล่นพุ่งรับบอลจนบอลกระทบท่อนแขนแล้วต่อไปยังไหล่ภายในจังหวะเดียว หากไม่มีลักษณะจับบอล ผู้ตัดสินอาจปล่อยให้เล่นต่อได้ แต่หากประคองบอลไว้ก่อนผลักออก อาจถูกตัดสินว่าเป็นการจับหรือโยนบอล

การเข้าใจหลักการเหล่านี้ช่วยแยกความแตกต่างระหว่างการสัมผัสบอลที่ถูกต้องกับการทำฟาล์วได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้ที่ต้องการศึกษาลำดับการรับ เซต และรุก สามารถอ่าน รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล เพิ่มเติม

 

การล้ำเส้นและการแตะตาข่ายที่ถือว่าเป็นฟาล์ว

บริเวณตาข่ายและเส้นกลางสนามเป็นจุดที่เกิดการล้ำเส้น การแตะตาข่าย และการรบกวนคู่แข่งได้บ่อย แต่ไม่ใช่ทุกกรณีจะถือว่าเป็นฟาล์ว ผู้ตัดสินจะพิจารณาจากจังหวะการเล่นและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อฝ่ายตรงข้าม

การล้ำเส้นกลางสนาม

ผู้เล่นสามารถยื่นมือหรือเท้าข้ามเส้นกลางสนามได้ หากไม่รบกวนการเล่นของฝ่ายตรงข้าม แต่หากข้ามเข้าไปจนกีดขวางหรือสร้างความได้เปรียบ จะถือว่าผิดกติกา

กรณีที่มักถูกตัดสินเป็นฟาล์ว

  • เท้าข้ามเข้าไปในแดนคู่แข่งทั้งหมด
  • ล้ำเข้าไปชนหรือกีดขวางคู่แข่ง
  • ข้ามแดนจนทำให้คู่แข่งไม่สามารถเล่นบอลได้ตามปกติ

หากผู้เล่นล้ำเส้นเพียงเล็กน้อยและไม่รบกวนการเล่น ก็อาจไม่ถือว่าเป็นความผิด

การแตะตาข่ายระหว่างการเล่น

การแตะตาข่ายจะถือเป็นฟาล์วเมื่อเกิดขึ้นระหว่างเสาอากาศในจังหวะที่ผู้เล่นกำลังเล่นบอล เช่นขณะบล็อกหรือตบบอล

ตัวอย่างที่พบได้บ่อย

  • มือหรือร่างกายแตะตาข่ายระหว่างเล่นบอล
  • ใช้ตาข่ายพยุงตัว
  • แตะตาข่ายจนเกิดความได้เปรียบหรือรบกวนคู่แข่ง

ในทางกลับกัน การสัมผัสตาข่ายนอกเสาอากาศ หรือกรณีบอลกระแทกตาข่ายแล้วตาข่ายมาโดนตัวผู้เล่น ไม่จำเป็นต้องถือว่าเป็นฟาล์วเสมอไป

ข้อมูลอ้างอิง: กติกา FIVB 2025–2028 กำหนดว่าการสัมผัสตาข่ายระหว่างเสาอากาศในจังหวะเล่นบอล รวมถึงการใช้ตาข่ายช่วยพยุงตัวหรือสร้างความได้เปรียบ ถือเป็นความผิดตามกติกา

การรบกวนการเล่นของฝ่ายตรงข้าม

ผู้เล่นสามารถยื่นมือข้ามตาข่ายได้ในบางจังหวะ เช่นการบล็อก แต่ต้องไม่รบกวนสิทธิ์ในการเล่นบอลของฝ่ายตรงข้าม

ตัวอย่างการกระทำที่อาจถูกตัดสินเป็นฟาล์ว

  • สอดมือข้ามตาข่ายก่อนคู่แข่งเล่นบอล
  • กีดขวางการเล่นบอลของฝ่ายตรงข้าม
  • ล้ำตัวใต้ตาข่ายจนคู่แข่งเคลื่อนที่ไม่ได้
  • จับหรือดึงตาข่ายจนกระทบต่อการเล่น

หากการกระทำดังกล่าวทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียโอกาสหรือกระทบต่อความปลอดภัย ผู้ตัดสินสามารถตัดสินเป็นฟาล์วได้

 

การเสิร์ฟและการหมุนตำแหน่งที่ผิดกติกาวอลเลย์บอล

ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล

การทำผิดกติกาอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเริ่มแรลลี เช่นการเสิร์ฟผิดลำดับ เหยียบเส้นเขตเสิร์ฟ หรือจัดผู้เล่นไม่ตรงตามลำดับที่กำหนด

การเสิร์ฟผิดลำดับหรือผิดเวลา

ผู้เล่นต้องเสิร์ฟตามลำดับที่กำหนดไว้ หากผู้เสิร์ฟไม่ใช่ผู้เล่นที่ถึงลำดับ จะถือว่าผิดกติกา

ตัวอย่างที่พบได้บ่อย

  • ผู้เล่นคนเดิมเสิร์ฟซ้ำทั้งที่ถึงลำดับของเพื่อนร่วมทีม
  • ส่งผู้เล่นผิดคนเข้าสู่เขตเสิร์ฟ
  • สับสนลำดับหลังเปลี่ยนตัวหรือหยุดการแข่งขัน
  • ผู้เล่นในสนามไม่ตรงกับลำดับที่บันทึกไว้

ผู้เสิร์ฟต้องรอสัญญาณจากผู้ตัดสินและตีบอลภายในเวลาที่กำหนด หากเสิร์ฟก่อนสัญญาณจะให้เริ่มใหม่ ส่วนการใช้เวลาเกินกำหนดอาจถูกตัดสินเป็นความผิดในการเสิร์ฟ

ประสบการณ์ผู้เขียน: ในการแข่งขันระดับสมัครเล่น ความผิดเรื่องลำดับเสิร์ฟมักเกิดหลังการเปลี่ยนตัวหรือหยุดเกม เพราะผู้เล่นจดจำตำแหน่งคลาดเคลื่อน

การเหยียบเส้นขณะเสิร์ฟ

ขณะตีลูกเสิร์ฟหรือกระโดดเสิร์ฟ เท้าของผู้เล่นต้องไม่สัมผัสเส้นหลังสนาม พื้นภายในสนาม หรือพื้นนอกเขตเสิร์ฟ หลังจากสัมผัสบอลแล้วจึงสามารถลงพื้นในสนามได้

เหตุการณ์การตัดสินโดยทั่วไป
เท้าเหยียบเส้นหลังขณะตีบอลฟาล์วเท้า
เท้าแตะพื้นนอกเขตเสิร์ฟขณะตีบอลเสิร์ฟผิดกติกา
กระโดดจากหลังเส้นแล้วลงในสนามหลังตีบอลเล่นต่อได้
ยืนหลังเส้นและตีบอลในเขตเสิร์ฟเสิร์ฟได้ตามปกติ

การตัดสินจะพิจารณาจากตำแหน่งเท้าในขณะสัมผัสบอล ไม่ใช่หลังจากลงพื้น

การหมุนตำแหน่งผิดก่อนเริ่มเล่น

ทีมต้องรักษาลำดับผู้เล่นตามที่กำหนดไว้ หากเสิร์ฟผิดลำดับหรือยืนผิดตำแหน่งในจังหวะที่กติกากำหนด ผู้ตัดสินสามารถตัดสินเป็นฟาล์วได้

อีกมุมหนึ่งที่ควรพิจารณา: แม้ผู้เล่นจะสลับตำแหน่งกันหลังเสิร์ฟได้ แต่ลำดับการหมุนยังใช้กำหนดผู้เสิร์ฟและตรวจสอบความถูกต้องของการเริ่มเล่น

หากทีมทำผิดลำดับ คู่แข่งจะได้คะแนนและสิทธิ์เสิร์ฟ พร้อมแก้ลำดับผู้เล่นให้ถูกต้อง

ผู้ที่ต้องการศึกษารูปแบบการยืนและการเคลื่อนที่ของผู้เล่นเพิ่มเติม สามารถอ่าน รูปแบบการเล่นวอลเลย์บอล ได้ โดยหัวข้อนี้กล่าวถึงการหมุนตำแหน่งเฉพาะในฐานะสาเหตุของการทำฟาล์วเท่านั้น

 

เมื่อทำฟาล์วแล้วส่งผลต่อการแข่งขันอย่างไร

เมื่อผู้ตัดสินเป่าฟาล์ว แรลลีจะสิ้นสุดลง ทีมที่ไม่ได้ทำผิดจะได้คะแนน และหากเป็นฝ่ายรับก็จะได้สิทธิ์เสิร์ฟในแรลลีถัดไป

ผลของการทำฟาล์วจึงไม่ได้มีเพียงการเสียคะแนน แต่ยังอาจทำให้ทีมเสียสิทธิ์เสิร์ฟและความต่อเนื่องของเกม

ทีมตรงข้ามได้สิทธิ์หรือคะแนนอย่างไร

วอลเลย์บอลใช้ระบบ Rally Point ซึ่งทุกแรลลีมีคะแนน โดยผลที่เกิดขึ้นมี 2 กรณีหลัก

  • ทีมเสิร์ฟทำฟาล์ว → ฝ่ายตรงข้ามได้คะแนนและสิทธิ์เสิร์ฟ
  • ทีมรับทำฟาล์ว → ทีมเสิร์ฟได้คะแนนและเสิร์ฟต่อ

รายละเอียดการนับคะแนนในแต่ละเซตสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน การนับคะแนนวอลเลย์บอล ส่วนหัวข้อนี้เน้นเฉพาะผลของการทำฟาล์วต่อการแข่งขัน

หากทั้งสองทีมทำความผิดพร้อมกัน ผู้ตัดสินอาจให้เล่นแรลลีใหม่ แต่หากความผิดเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน จะพิจารณาความผิดแรกที่เกิดขึ้นก่อน

ฟาล์วส่งผลต่อรูปเกมอย่างไร

การทำฟาล์วทำให้เสียทั้งคะแนนและจังหวะของเกม โดยเฉพาะในช่วงคะแนนสูสีหรือท้ายเซต

ผลกระทบที่พบได้บ่อย

  • เสียสิทธิ์เสิร์ฟ
  • เสียความต่อเนื่องของเกม
  • เปิดโอกาสให้คู่แข่งกลับมาได้เปรียบ
  • ลดโอกาสควบคุมเกมเมื่อทำฟาล์วซ้ำ

ตัวอย่างเช่น หากทีมกำลังนำอยู่เพียงหนึ่งคะแนน แต่ผู้เสิร์ฟเหยียบเส้น ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนและสิทธิ์เสิร์ฟทันที ส่งผลให้โมเมนตัมของเกมเปลี่ยนไป

ประสบการณ์ผู้เขียน: ฟาล์วแบบเดียวกันอาจส่งผลต่างกันตามช่วงเวลาของการแข่งขัน การเสิร์ฟเสียในช่วงคะแนน 23–23 มักสร้างแรงกดดันมากกว่าการเสียคะแนนในช่วงต้นเซต

ผลกระทบด้านจังหวะในที่นี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงวิธีแก้เกมเชิงลึก ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก แท็กติกการแข่งขันวอลเลย์บอล

มุมมองจากผู้เขียน: การประเมินผลของฟาล์วไม่ควรมองเพียงคะแนนที่เสียไป แต่ควรพิจารณาสิทธิ์เสิร์ฟ ความต่อเนื่องของเกม และโอกาสที่คู่แข่งได้รับจากความผิดนั้นด้วย

 

สรุปข้อห้ามและการทำฟาล์วในวอลเลย์บอล

ข้อห้ามในการเล่นวอลเลย์บอล ครอบคลุมตั้งแต่การสัมผัสบอล การเล่นบริเวณตาข่าย การล้ำเส้น การเสิร์ฟ และการหมุนตำแหน่ง โดยผู้ตัดสินจะพิจารณาทั้งลักษณะของการกระทำ จังหวะที่เกิด และผลกระทบต่อฝ่ายตรงข้ามก่อนตัดสิน

ประเด็นสำคัญที่ควรจำ

  • ทีมสัมผัสบอลได้ไม่เกินสามครั้ง (ไม่นับการบล็อก)
  • ห้ามจับ อุ้ม หรือโยนบอล แม้บอลจะสัมผัสส่วนใดของร่างกายก็ได้
  • ผู้เล่นคนเดิมไม่ควรสัมผัสบอลสองครั้งติดต่อกัน ยกเว้นกรณีที่กติกาอนุญาต
  • การแตะตาข่ายและการล้ำเส้นจะเป็นฟาล์วเมื่อรบกวนการเล่นหรือผิดเงื่อนไขของกติกา
  • ผู้เสิร์ฟต้องเสิร์ฟจากเขตเสิร์ฟและตามลำดับที่กำหนด
  • เมื่อเกิดฟาล์ว ทีมตรงข้ามจะได้คะแนนตามระบบ Rally Point และได้รับสิทธิ์เสิร์ฟเมื่อเป็นไปตามกติกา

กติกาพื้นฐานเหล่านี้ใช้เป็นมาตรฐานในการแข่งขันวอลเลย์บอลในร่มของ FIVB แม้แต่ละ รายการแข่งขันวอลเลย์บอล อาจมีข้อกำหนดด้านการจัดการแข่งขันแตกต่างกัน แต่หลักการตัดสินการทำฟาล์วในสนามยังคงอ้างอิงกติกามาตรฐานเดียวกัน

 

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: บอลโดนเท้าในวอลเลย์บอลถือว่าฟาล์วหรือไม่

A: ไม่ถือว่าฟาล์วเพียงเพราะบอลโดนเท้า กติกาอนุญาตให้บอลสัมผัสส่วนใดของร่างกายได้ ตราบใดที่ผู้เล่นไม่ได้จับ อุ้ม หรือโยนบอล และการสัมผัสไม่ผิดเงื่อนไขอื่น

Q2: แตะตาข่ายทุกครั้งถือว่าฟาล์วหรือไม่

A: ไม่ทุกครั้ง การแตะตาข่ายมักเป็นฟาล์วเมื่อเกิดระหว่างเสาอากาศในจังหวะที่ผู้เล่นกำลังเล่นบอล หรือเมื่อการสัมผัสสร้างความได้เปรียบและรบกวนคู่แข่ง การสัมผัสส่วนตาข่ายนอกเสาอากาศโดยไม่รบกวนเกมอาจไม่เป็นความผิด

Q3: ผู้เล่นคนเดิมสัมผัสบอลสองครั้งได้หรือไม่

A: โดยทั่วไปไม่ได้ หากเป็นการตีบอลสองจังหวะติดต่อกัน แต่มีข้อยกเว้น เช่นการสัมผัสหลังบล็อก หรือบอลสัมผัสหลายส่วนของร่างกายต่อเนื่องกันในการเล่นครั้งแรกของทีมและเกิดขึ้นในจังหวะเดียว

Q4: ผู้เสิร์ฟกระโดดลงในสนามได้หรือไม่

A: ได้ ผู้เล่นสามารถกระโดดจากเขตเสิร์ฟแล้วลงในสนามหลังตีบอลแล้ว แต่ในจังหวะกระโดดขึ้นและสัมผัสบอล เท้าต้องไม่แตะเส้นหลัง พื้นในสนาม หรือพื้นนอกเขตเสิร์ฟ

Q5: การหมุนตำแหน่งผิดมีผลอย่างไร

A: คู่แข่งจะได้หนึ่งคะแนนและสิทธิ์เสิร์ฟ พร้อมแก้ลำดับของทีมที่ทำผิดให้ถูกต้อง หากตรวจพบภายหลังและระบุจุดเริ่มต้นของความผิดได้ คะแนนที่ทีมทำได้หลังเกิดความผิดอาจถูกยกเลิกตามกติกา

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. FIVB Official Volleyball Rules 2025–2028 — กติกาวอลเลย์บอลฉบับปัจจุบัน
  2. FIVB Official Volleyball Rules — หน้ารวมกติกาอย่างเป็นทางการ
  3. FIVB Basic Rules — ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวอลเลย์บอล
  4. FIVB The Game — ภาพรวมการเล่นและการหมุนตำแหน่ง