
5 ขั้นตอนและกฎ Challenge วอลเลย์บอล
Challenge วอลเลย์บอลขอได้กี่ครั้ง ทำไมบางจังหวะกรรมการเปลี่ยนคะแนน แต่บางครั้งกลับยืนยันคำตัดสินเดิม?
เวลาดูการแข่งขันแล้วเห็นโค้ชส่งสัญญาณขอตรวจภาพช้า หลายคนอาจสงสัยว่าตรวจได้เฉพาะลูกลงหรือลูกออก หรือใช้ตรวจการแตะตาข่ายและสัมผัสบล็อกได้ด้วย คำตอบอยู่ที่ระบบ Video Challenge ซึ่งช่วยตรวจสอบเหตุการณ์ที่มีข้อสงสัย แต่ไม่ใช่ทุกจังหวะที่จะขอตรวจได้ และแต่ละรายการอาจมีเงื่อนไขต่างกัน
Challenge วอลเลย์บอลเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ทีมขอตรวจสอบคำตัดสินผ่านภาพวิดีโอย้อนหลัง โดยใช้กล้องรอบสนามช่วยพิจารณาจังหวะที่มองเห็นได้ยาก เช่น บอลสัมผัสเส้นสนาม ผู้บล็อกแตะลูก หรือผู้เล่นสัมผัสตาข่าย การตรวจสอบต้องเป็นไปตามประเภทเหตุการณ์และขั้นตอนที่รายการแข่งขันกำหนด ไม่ใช่การขอเปิดภาพช้าทุกครั้งที่ทีมไม่เห็นด้วยกับกรรมการ
โดยทั่วไป การตรวจสอบมีขั้นตอนดังนี้
ตามกติกาวอลเลย์บอลและแนวทาง Video Challenge ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ระบบนี้ทำหน้าที่ช่วยตรวจสอบเหตุการณ์ที่กำหนดไว้ ไม่ได้เข้ามาแทนผู้ตัดสินทั้งหมด แม้ภาพช้าจะช่วยให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น แต่หากกล้องถูกบังหรือหลักฐานไม่ชัด ก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนคำตัดสินได้

7 จังหวะที่ใช้ Challenge ตรวจสอบได้
การขอ Challenge วอลเลย์บอลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ลูกลงหรือลูกออก แต่ยังครอบคลุมเหตุการณ์อื่นที่ตรวจสอบได้จากภาพ อย่างไรก็ตาม แต่ละทัวร์นาเมนต์อาจอนุญาตให้ตรวจต่างประเภทกัน โดยเฉพาะรายการที่มีระบบตัดสินลูกลง–ออกอัตโนมัติอยู่แล้ว
FIVB Video Challenge System Regulations ระบุประเภทเหตุการณ์ที่ตรวจสอบได้ไว้โดยเฉพาะ จึงไม่สามารถใช้ภาพย้อนหลังเพื่อโต้แย้งทุกคำตัดสินได้
ระหว่างรับชมวอลเลย์บอลหญิงสด ผู้ชมอาจเห็นโค้ชขอตรวจสอบจังหวะลูกแตะบล็อกหรือลูกตกใกล้เส้นสนาม เพราะภาพถ่ายทอดสดบางมุมไม่ชัดพอที่จะบอกได้ทันทีว่าคะแนนควรเป็นของทีมใด
สมมติว่าทีมชาติไทยพบญี่ปุ่น ผู้เล่นไทยตบบอลออกหลังสนาม ผู้ตัดสินให้ญี่ปุ่นได้คะแนน แต่โค้ชไทยสงสัยว่าบอลสัมผัสปลายนิ้วผู้บล็อกญี่ปุ่นก่อนออก จึงขอตรวจ Block Touch หากภาพยืนยันว่าผู้บล็อกสัมผัสลูกเป็นคนสุดท้าย ไทยจะได้รับคะแนนแทน ต่างจาก Ball In/Out ที่ตรวจว่าลูกตกสัมผัสเส้นหรือพื้นนอกสนาม
เวลาดูวอลเลย์บอลชายสด อาจสังเกตว่าบางทีมขอตรวจสอบได้หลายครั้งในเซตเดียว เพราะตามระบบ FIVB ทีมมีสิทธิ์ชาเลนจ์ที่ไม่สำเร็จได้สูงสุด 2 ครั้งต่อเซต หากขอสำเร็จหรือภาพไม่สามารถชี้ขาดได้ จะไม่เสียสิทธิ์จากคำขอนั้น ส่วนระยะเวลายื่นคำขอต้องเป็นไปตามระเบียบของรายการแข่งขัน
| ผลตรวจสอบ | ผลต่อคำตัดสิน | สิทธิ์ชาเลนจ์ |
| Successful ขอสำเร็จ | เปลี่ยนคำตัดสินตามหลักฐาน | คงสิทธิ์ |
| Unsuccessful ขอไม่สำเร็จ | ยืนยันคำตัดสินเดิม | เสีย 1 สิทธิ์ |
| Inconclusive ภาพไม่ชัด | คงคำตัดสินเดิม | คงสิทธิ์ |
ตัวอย่างเช่น ไทยขอตรวจสอบครั้งแรกแล้วไม่สำเร็จ จะเหลือสิทธิ์ 1 ครั้ง หากครั้งต่อไปตรวจพบว่าคู่แข่งแตะบล็อกจริง ไทยจะยังเหลือสิทธิ์ 1 ครั้ง เพราะคำขอครั้งหลังประสบความสำเร็จ หลักการนี้สอดคล้องกับคำอธิบายเรื่องสิทธิ์ชาเลนจ์ของ PPTV HD 36
ไม่จำเป็น เพราะแต่ละรายการอาจกำหนดระยะเวลาในการขอชาเลนจ์ต่างกัน ทีมจึงต้องยื่นคำขอภายในเวลาที่ระเบียบการแข่งขันกำหนด และเลือกประเภทเหตุการณ์ให้ตรงกับจังหวะที่ต้องการตรวจสอบ โดยสามารถเช็กข้อกำหนดล่าสุดได้จาก FIVB Regulations and Forms
ผลการตรวจสอบอาจทำให้ผู้ตัดสินเปลี่ยนคะแนน ยืนยันคำตัดสินเดิม หรือแจ้งว่าภาพไม่เพียงพอให้ตัดสินใหม่ การขอ Challenge วอลเลย์บอลจึงไม่ได้หมายความว่าทีมที่ร้องขอจะได้รับคะแนนเสมอไป ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่ตรวจพบและหลักฐานจากกล้อง
สมมติว่าไทยพบญี่ปุ่นในเซตตัดสิน ญี่ปุ่นนำ 14-13 และตบบอลลงใกล้เส้นหลัง ผู้ตัดสินให้ญี่ปุ่นได้คะแนนปิดเกม 15-13 แต่โค้ชไทยเห็นว่าบอลอาจออก จึงขอตรวจสอบในรายการที่อนุญาตให้ใช้ Ball In/Out Challenge
ในด้านการนับคะแนนวอลเลย์บอล หากผลตรวจสอบเปลี่ยนจากลูกลงเป็นลูกออก คะแนนของแรลลี่นั้นจะเปลี่ยนไปตามคำตัดสินใหม่ และส่งผลต่อสิทธิ์เสิร์ฟในจังหวะถัดไปด้วย
บางครั้งกล้องอาจถูกบังหรือจับจังหวะสัมผัสบอลได้ไม่ชัด การตัดสินจึงต้องใช้หลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ดูเพียงปฏิกิริยาของนักกีฬา ตาม Official Volleyball Rules ของ FIVB ระบบวิดีโอไม่ได้เปลี่ยนเงื่อนไขการทำฟาวล์หรือการให้คะแนน แต่ช่วยตรวจสอบว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่

ระบบ Challenge ใหม่และวิธีตรวจสอบผล
การแข่งขันระดับนานาชาติในปี 2026 มีการทดลองแนวทางใหม่เกี่ยวกับระบบตรวจสอบวิดีโอ โดยเฉพาะการทำเครื่องหมายจังหวะที่สงสัยระหว่างแรลลี่ และการใช้ศูนย์ตรวจสอบภาพระยะไกลใน VNL แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกรายการจะใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด
FIVB ประกาศแนวทางทดลองกฎเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 และการใช้ Remote Video Challenge Hub เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 เพื่อประเมินแนวทางพัฒนาระบบตัดสินในอนาคต
เมื่อมีการขอ Challenge วอลเลย์บอลระหว่างถ่ายทอดสด ผู้ชมสามารถติดตามข้อมูลบนหน้าจอเพื่อเข้าใจการตัดสินได้ง่ายขึ้น โดยสังเกต 4 จุดต่อไปนี้
แม้บางจังหวะผู้เล่นจะรีบแสดงท่าทางว่าไม่ได้สัมผัสบอลหรือแตะตาข่าย แต่ท่าทางดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุป การรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการจะช่วยให้เข้าใจเหตุการณ์ได้ตรงกว่า
Challenge วอลเลย์บอลช่วยให้ทีมตรวจสอบเหตุการณ์ที่มีข้อสงสัยผ่านภาพย้อนหลัง ไม่ว่าจะเป็นลูกลง–ออก การสัมผัสบล็อก หรือการแตะตาข่าย ตามระบบ FIVB ทีมมีสิทธิ์ชาเลนจ์ที่ไม่สำเร็จได้ 2 ครั้งต่อเซต ส่วนเวลาและประเภทเหตุการณ์ที่ตรวจได้ต้องยึดระเบียบของรายการนั้น
การเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้ติดตามเกมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะช่วงคะแนนสำคัญที่ผลตรวจสอบอาจเปลี่ยนผู้ชนะได้
Q: Challenge ในวอลเลย์บอลใช้ทำอะไร?
A: ใช้ขอตรวจสอบเหตุการณ์ที่อาจตัดสินผิดผ่านภาพวิดีโอย้อนหลัง เช่น ลูกลงหรือลูกออก การสัมผัสบล็อก และการแตะตาข่าย โดยต้องเป็นประเภทเหตุการณ์ที่รายการอนุญาต
Q: วอลเลย์บอลขอชาเลนจ์ได้กี่ครั้งต่อเซต?
A: ตามระบบ FIVB ทีมมีสิทธิ์ชาเลนจ์ที่ไม่สำเร็จได้ 2 ครั้งต่อเซต หากขอสำเร็จหรือภาพไม่สามารถชี้ขาดได้ จะยังคงสิทธิ์ไว้ ทั้งนี้ควรตรวจสอบระเบียบเฉพาะรายการด้วย
Q: ต้องขอชาเลนจ์ภายในกี่วินาที?
A: ขึ้นอยู่กับระเบียบการแข่งขัน โดยแนวทาง FIVB ปี 2026 กำหนดกรอบเวลา 7 วินาทีสำหรับการยื่นคำขอหลังจบแรลลี่ พร้อมขั้นตอนเลือกประเภทเหตุการณ์ตามระบบที่ใช้
Q: ถ้าภาพชาเลนจ์ไม่ชัด จะเสียสิทธิ์หรือไม่?
A: ตามระเบียบ FIVB หากภาพไม่สามารถชี้ขาดได้ คำตัดสินเดิมจะยังมีผล และทีมที่ร้องขอจะไม่เสียสิทธิ์จากกรณีนั้น
Q: ผู้ตัดสินสามารถขอตรวจสอบภาพเองได้หรือไม่?
A: ได้ในบางสถานการณ์ตามเงื่อนไขของระบบที่ใช้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้โค้ชยื่นคำขอทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับระบบ Video Challenge และการตัดสินกีฬาวอลเลย์บอลเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกันผลการแข่งขันหรือผลการเดิมพัน ควรตรวจสอบระเบียบเฉพาะรายการจากผู้จัดการแข่งขันโดยตรง และหากนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการเดิมพัน ควรคำนึงถึงความเสี่ยงและเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ